null

0

บริหารการเงินธุรกิจขนาดเล็ก ตอนที่ 1: เตรียมตัวเริ่มต้นธุรกิจ

บริหารการเงินธุรกิจขนาดเล็ก ตอนที่ 1: เตรียมตัวเริ่มต้นธุรกิจ


2019-08-21 13:22:28

 ถ้ามองไปที่ชั้นหนังสือธุรกิจ คุณจะเห็นว่ามีหนังสือมากมายที่เกี่ยวข้องกับการตลาด การบริหาร กลยุทธ์ หรือว่า Mindset ต่างๆ แน่นอนว่าเรื่องเหล่านั้นสำคัญ แต่เรื่องหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน แต่ไม่ค่อยจะมีหนังสือให้ความรู้กันซักเท่าไหร่ก็คือการบริหารการเงินธุรกิจของธุรกิจขนาดเล็ก ทั้งๆ ที่จากการวิจัยพบว่าเกือบครึ่งหนึ่งของผู้ประกอบที่ต้องล้มเลิกธุรกิจไปก็เกิดจากการบริหารเงินผิดพลาด มีเงินไม่พอในการทำธุรกิจ และการเข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุน ปัญหานี้เป็นปัญหาอันดับหนึ่งของผู้ประกอบการมาอย่างยาวนาน แต่ผู้ประกอบการหลายคนก็กลับไม่ได้ให้ความสำคัญกับการบริหารเงินมากนัก

       PEAK มองเห็นจุดนี้และเชื่อว่า ถ้าผู้ประกอบการได้รู้ข้อมูล หลักคิด เกี่ยวกับบัญชีหรือการเงิน จะทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จกันมากขึ้นได้ เราจึงนำเรื่องราวแง่คิดเหล่านี้มาแบ่งปันกันให้ผู้ประกอบการทุกท่านได้รู้กัน

บริหารการเงินธุรกิจขนาดเล็ก ตอนที่ 1: เงินทุนเริ่มต้นธุรกิจ

       ก่อนอื่นเลยเมื่อคุณผู้ประกอบการตัดสินใจแล้วว่าจะทำธุรกิจ สิ่งที่คุณจะต้องเตรียมตัวก็คือ “เงินทุน” ที่จะมาทำธุรกิจ แล้ว “เงินทุน” ที่ว่านี้ต้องนำมาลงทุนนั้นมันควรจะเป็นเท่าไหร่ล่ะ? ลองมาดูสมการง่ายๆนี้ดูครับ

       “เงินทุนที่เตรียมเริ่มทำธุรกิจ”  =  “A:เงินที่ต้องใช้ในจนธุรกิจจนเลี้ยงดูธุรกิจเองได้” + “B:เงินที่ต้องใช้ในการดำเนินชีวิตจนธุรกิจเลี้ยงตัวคุณได้”

        A: เงินที่ต้องใช้ในจนธุรกิจจนเลี้ยงดูธุรกิจเองได้ คือ เงินที่คุณต้องใช้ทำธุรกิจ เช่น ค่าสินค้า เงินเดือนพนักงาน ค่าขนส่ง ค่าเช่า ภาษี และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่จำเป็นในการสร้างรายได้ของธุรกิจคุณ จนรายได้ที่สร้างได้นั้นมากกว่าค่าใช้จ่ายที่กิจการคุณต้องจ่าย

       เงินส่วนนนี้จะมากน้อยแล้วแต่ธุรกิจ และขึ้นอยู่กับว่าคุณใช้เวลานานขนาดไหนซึ่งวิธีที่คุณจะคำนวณว่าเงินส่วนนี้ควรเป็นเท่าไหร่นั้นไม่ยากมาก ดูได้ตามนี้

       ยกตัวอย่าง: คุณถ้าทำธุรกิจขายส่งเสื้อผ้าจากจีน ค่าใช้จ่ายที่คุณอาจจะต้องเตรียมก็คือ ค่าสินค้า ค่าภาษี ค่าขนส่ง ค่าเช่าโกดัง ค่าพนักงาน อย่างแรกที่คุณควรจะต้องทำคือ แยกประเภทของค่าใช้จ่ายของคุณ เป็นรายจ่ายประจำ (Fix) หรือรายจ่ายแปรผัน (Variable)

       รายจ่ายประจำ คือ รายจ่ายที่คงที่แม้ว่าคุณจะขายได้หรือไม่ได้ (เช่น ค่าเช่า หรือเงินเดือน) รายจ่านแปรผัน คือ รายจ่ายที่เพิ่มขึ้นเมื่อขายได้เพิ่มขึ้น (เช่น ต้นทุน หรือค่าคอม)

A1. จัดประเภทของค่าใช้จ่าย

รายจ่ายประจำ

– เงินเดือน

– ค่าเช่าโกดัง

รายจ่ายแปรผัน

– ค่าต้นทุนเสื้อ

– ค่าภาษีและค่าขนส่ง

A2. ประมาณค่าใช้จ่าย


       หลังจากแบ่งประเภทแล้ว ให้ลองประมาณดูว่า รายจ่ายประจำเป็นเท่าไหร่ที่ต้องจ่ายแต่ละเดือน และรายจ่ายแปรผันเป็นประมาณกี่เปอร์เซ็นต์ ของรายได้ทั้งหมด

รายจ่ายประจำ

– เงินเดือนพนักงาน 15,000 บาท / เดือน

– ค่าเช่าโกดัง 5,000 บาท / เดือน

รายจ่ายแปรผัน (% ของรายได้)

– ค่าต้นทุนเสื้อ 40%

– ค่าภาษีและค่าขนส่ง 20%


A3. คำนวณรายได้ต่อเดือนที่พอดีกับค่าใช้จ่าย (รายได้ที่เท่ากับค่าใช้จ่าย)

      เมื่อคุณได้ตัวเลขแล้ว ต่อมาก็ต้องคำนวณเล็กๆน้อยๆแล้วครับว่าใน 1 เดือน คุณต้องขายให้ได้เท่าไหร่ ธุรกิจคุณถึงจะอยู่ได้ นั่นคือพอดีกันกับค่าใช้จ่าย

โดยมีวิธีคำนวณง่ายๆดังนี้

“รายได้ที่คุ้มทุน” =  “รายจ่ายประจำ”/ (1-“ค่าใช้จ่ายแปรผัน”)

“รายได้ที่คุ้มทุน” =  “20,000”/(1-“60%”)  = 50,000 บาท

รายได้ที่คุ้มทุนนี้ก็คือเงินทุนที่คุณต้องใช้ไปเพื่อให้เกิดรายได้ที่คุ้มทุนพอดี


A4. ประมาณว่าคุณจะต้องใช้เวลากี่เดือนถึงจะทำรายได้คุ้มทุนได้

ในตัวอย่างนี้ สมมติว่า 3 เดือน

ในส่วนนี้แล้วแต่ประสบการณ์หรือธุรกิจของคุณแล้วว่าจะใช้เวลาประมาณเท่าไหร่ไม่มีหลักการอะไรเพราะมันแล้วแต่ธุรกิจ แล้วแต่วิธีการ และแล้วแต่คนครับแต่ถ้าจะให้แนะนำก็ให้ Prepare For The Worst คือเตรียมไว้สำหรับกรณีที่ร้ายที่สุดครับ


A5. คำนวณเงินที่ต้องใช้ในการทำธุรกิจ

       เอารายได้ที่คุ้มทุนตาม A3 คูณกับจำนวนเดือนตาม A4 คุณก็จะได้เงินทุนคร่าวๆ ที่ต้องใช้ ในตัวอย่างนี้คือ 50,000 * 3 = 150,000 บาท

       แน่นอนครับว่าทุนที่คุณต้องใช้จริงๆ อาจจะน้อยกว่านี้เล็กน้อย แต่ใช้วิธีคำนวณง่ายๆ แบบนี้แหละครับเพื่อที่เราจะได้เตรียมไว้ ผมแนะนำให้เผื่อไว้อีก 1 เท่าตัวเลย คือ 300,000 บาท เพราะ ความไม่แน่นอนต่างๆ มีเยอะ และผู้ประกอบการที่ตัดสินใจมาทำธุรกิจจริงๆ มักเป้นคนที่มองโลกแง่ดี เพราะ ถ้ามองแง่ร้ายก็อาจจะไม่ตัดสินใจมาทำแล้วเพราะกลัวเจ๊ง ถือว่า 1 เท่าของที่คำนวณได้เป็นกันชนที่ทำให้เรามีเวลาลุ้นกับธุรกิจเรานานขึ้นครับ

เอาหละครับ ตอนนี้เราได้ส่วน A แล้วครับ

ส่วน B ก็คำนวณง่ายกว่าเยอะเลยครับ

B1: ประมาณดูว่าแต่ละเดือนใช้เงินเท่าไหร่

       ให้คุณลองคิดดูว่าคุณมีค่าครองชีพเท่าไหร่ ให้คิดแบบปกติดูก่อนนะครับ


ค่ากินอยู่          วันละ  200  บาท

ค่าเดือนทาง    วันละ  200  บาท

ค่าน้ำค่าไฟ                2,000 บาท ต่อเดือน

ค่าเช่าบ้าน                 6,000 บาท ต่อเดือน

นั่นคือในแต่ละเดือนคุณจะใช้เงิน 20,000 บาท

B2: ประมาณดูว่ากี่เดือนถึงจะสร้างกำไรได้ต่อเดือน 20,000 บาท

สมมติตัวอย่าง

คิดว่าจะใช้เวลาประมาณ 5 เดือน เพื่อสร้างธุรกิจที่ทำกำไรประมาณ 20,000 บาทต่อเดือน


B3: คำนวณเงินที่ต้องใช้ในการอยู่ให้ถึงวันนั้น

ถ้าคุณคิดแล้วว่าคุณใช้เงินเดือนละ 20,000 บาท และจะต้องอดทนเป็นเวลา 5 เดือน

นั้นหมายความว่าคุณควรจะต้องมีเงิน 20,000 * 5 = 100,000 บาท

และผมอยากให้คุณเผื่อเข้าไปอีก 3 เดือนเป็นอย่างน้อย

เพราะสมมติถ้าธุรกิจคุณไปไม่ได้และเจ๊งจริงๆ คุณจะยังมีเวลาอีก 3 เดือนในการหางานใหม่ 

นั้นคือ 100,000 + (3*20,000) = 160,000 บาท


สรุป

“เงินทุนที่เตรียมเริ่มทำธุรกิจ” = “A:เงินที่ต้องใช้ในจนธุรกิจจนเลี้ยงดูธุรกิจเองได้” + “B:เงินที่ต้องใช้ในการดำเนินชีวิตจนธุรกิจเลี้ยงตัวคุณได้”

ถ้าจากตัวอย่างนี้

เงินทุนที่เตรียมเริ่มทำธุรกิจ = 300,000 บาท + 160,000 บาท = 460,000 บาท



โปรแกรมบัญชีออนไลน์ PEAK ช่วยให้ธุรกิจคุณไปได้ไวและไกลกว่า

ท่านสามารถทดลองใช้งานได้ที่ ทดลองใช้ฟรี


Peak Account เป็นโปรแกรมบัญชีออนไลน์ที่ช่วยให้เจ้าของกิจการ ผู้บริหาร หรือผู้ใช้ข้อมูลบัญชีการเงินเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายและสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลได้มากขึ้น ช่วยให้สามารถผู้ใช้ข้อมูลสามารถนำข้อมูลไปใช้ในการบริหารงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และด้วยพลังของเทคโนโลยีที่ทันสมัยพร้อมกับการออกแบบที่ยอดเยี่ยม PeakEngine ยังสวยงาม ใช้งานง่าย รวดเร็ว และที่สำคัญคือ ปลอดภัย PeakEngine ได้รับรางวัลและการสนับสนุนมากมาย ทั้งจาก True Corporation, สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA), องค์กรส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟท์แวร์แห่งชาติ (SIPA) และ Microsoft BizSpark